• 23
  • ก.พ.
  • 0
Author

เตรียมตัวไปเรียนแพทย์โปแลนด์ตั้งแต่มัธยมปลาย

หลายคนคงรู้ตัวว่าอยากเรียนต่อแพทย์ตั้งแต่มัธยมปลาย หรือสำหรับบางคนอาจเป็นตั้งแต่ระดับมัธยมต้นเลยด้วยซ้ำ ซึ่งรับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ แล้วเพราะว่าการเข้าเรียนแพทย์นั้นจะต้องมีการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้าที่หนัก ยิ่งเตรียมตัวเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีและมีชัยมากกว่าคนอื่นเท่านั้น ซึ่งการสอบหลัก ๆ ก็คงหนีไม่พ้นการทดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ เพราะทั้งสองสาขานี้มีความสำคัญต่อการเรียนแพทยศาสตร์มาก Lin’s Thailand จึงอยากแนะนำเคล็ดลับสำหรับน้อง ๆ ม.ปลายที่กำลังสนใจศึกษาต่อด้านแพทยศาสตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ


แบ่งเวลาอ่านหนังสือทุกวันและต้องหาเทคนิคของตัวเองให้เจอ

การอ่านทุกวันเป็นเรื่องที่ดีแต่เราจำเป็นที่จะต้องแบ่งเวลาการอ่านหนังสือให้ถูกต้องด้วย โดยการทำตารางการอ่านหนังสือที่ชัดเจน เพื่อให้เรามีเป้าหมายในการอ่านและเราจะได้รู้ความคืบหน้าของตัวเองด้วยว่าเราอ่านเรื่องอะไรไปแล้ว แต่ที่สำคัญคือเราไม่ควรอ่านหนังสือและจดบันทึกเพียงอย่างเดียว เราควรที่จะหาเทคนิคในการอ่านหนังสือด้วย เพื่อให้เราท่องได้อย่างขึ้นใจ เช่น ถ้าเราอ่านซ้ำ ๆ ทุกวันแต่รู้สึกจำไม่ได้สึกที่อาจต้องบันทึกเสียงไว้ฟังซ้ำ เอาไปถามคนที่รู้เป็นต้น

นอกจากนี้การอ่านหนังสืออย่างเดียวแต่ไม่ได้นำไปใช้จริงก็จะทำให้จำไม่ได้เช่นเดียวกัน จะต้องมีการลงมือปฏิบัติซ้ำย้ำ ๆ ตามกฎ 10,000 ชั่วโมง เราควรที่จะฝึกทำโจทย์ด้วย โดยเริ่มจากอ่านหนังสือให้ละเอียดหลายรอบ เก็บรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบ เข้าใจสูตรให้ได้ทั้งบทเพราะจะช่วยให้เข้าใจคำถามและเมื่ออ่านเฉลยก็จะกระจ่างมากขึ้น หรือเวลาฟังคนอื่นอธิบายก็จะเข้าใจได้ทันทีว่าเพราะอะไรคำตอบถึงเป็นเช่นนั้น เราอาจเริ่มทำโจทย์ไปดูเฉลยไปก่อนก็ได้เพื่อให้เข้าใจหลักของข้อสอบข้อนั้น ๆ ก่อน หากช่วงแรก ๆ เราทำผิดพลาดบ่อย แต่ควรกลับมาทำโจทย์เดิมซ้ำ ๆ อีกหลาย ๆ รอบก็จะสามารถจำได้เอง


อย่าลืมมองหาเทคนิคจากคนอื่นด้วย

ปัจจุบันนี้มีผู้รู้ ติวเตอร์หลายท่านออกมาให้ความรู้ฟรี ๆ จัดโครงการต่าง ๆ มากมายที่เป็นการให้ความอย่าลืมเข้าไปอัปเดตด้วยว่าคนอื่น ๆ เขามีเทคนิคอะไร ติวเตอร์แต่ละท่านสอนเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพื่อนำมาเป็นบทวิเคราะห์สำหรับการอ่านหนังสือของเรา หากเรามีตัวช่วยหรือทางลัดที่มีประสิทธิภาพก็จะทำให้เราสามารถก้าวไปได้ไว


เตรียมตัวให้พร้อม ต้องรู้ก่อนว่าจะสอบอะไรบ้าง

สำหรับการสอบเข้าแพทย์ในประเทศไทยและการสอบเข้าแพทย์ต่างประเทศมีความแตกต่างกัน โดยการสอบเข้าแพทย์ในประเทศไทยจะมีข้อสอบทั้งหมด 3 ชุด ได้แก่ 

– การสอบ 9 วิชาสามัญ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) ภาษาไทย สังคมศึกษา โดยวิชาสามัญมีเงื่อนไขคือแต่ละวิชาต้องได้ไม่ต่ำกว่า 30 คะแนนจาก 100 ยกเว้นวิทย์ ที่ต้องได้มากกว่า 90 คะแนนจาก 300 สำคัญมาก ๆ

– ONET ประกอบด้วย 5 วิชา วิชาละ 100 คะแนน ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาตร์ ไทย สังคม คะแนนจาก ONET ต้องได้ 60% ขึ้นไปในแต่ละวิชา 

– ความถนัดแพทย์ ประกอบด้วย 3 ข้อสอบย่อย แต่ละข้อสอบเต็ม 100 คะแนนได้แก่ เชาวน์ปัญญา จริยธรรมทางการแพทย์ และเชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผล 

สำหรับการสอบเข้าแพทย์ต่างประเทศก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย มีตั้งแต่การสอบกากบาทในรายวิชาวิทยาศาตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) เป็นภาษาอังกฤษ และบางที่มีการสัมภาษณ์ในเชิงวิชาการด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม


IELTS TOEFL กับ TOEIC เรียนแพทย์ต่างประเทศสอบอะไรดี


เมื่อรู้ดังนี้แล้วว่าข้อสอบเป็นอย่างไร และสอบวิชาอะไรบ้างแล้ว ก็ควรที่จะแบ่งเวลาอ่านหนังสือให้ชัดเจน อย่างบางวิชาไม่มีสอนในห้องเรียนก็ลองซื้อหนังสือมาอ่าน ฟังอธิบายจากยูทิวปป์และทุก ๆ ปีอย่าลืมอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับการสอบ และอ่านประสบการณ์จากรุ่นพี่ที่สอบในปีก่อนหน้าด้วยว่าอะไรคือจุดที่ต้องระวังในข้อความปีนั้น ๆ และรุ่นมีความผิดผลาดในการสอบอย่างไรบ้าง เพื่อให้เราสามารถเตรียมตัวในการสอบปีของเราได้ดีขึ้น ถ้าทำตามนี้ก็สอบติดแพทย์แน่นอน

สำหรับคนที่อยากเรียนแพทย์ต่างประเทศเพราะสอบน้อยกว่าการสอบเข้าแพทย์ที่ประเทศไทย ก็ติดต่อปรึกษาเข้ามาที่ Lin’s Thailand ได้เลย เพราะว่าเราพร้อมให้คำแนะนำและการช่วยเหลือในการสอบและการเรียนจนสัมฤทธิ์ผล


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรอกรายละเอียดทิ้งไว้ได้เลย

หมอ-เรียนแพทย์ต่างประเทศ-มหาวิทยาลัยลูบลิน-เปิดรับสมัคร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

??Inbox Facebook กดเลย

☎️☎️โทร : 02-645-4084, 02-645-4085

✅✅Line : @linsmedical หรือ https://line.me/R/ti/p/%40linsmedical

จะรออะไรอีก Lin’ s #เปลี่ยนเรื่องแพทย์ให้เป็นเรื่องง่าย

Leave a Comment