• 22
  • ม.ค.
  • 0
Author

IELTS TOEFL กับ TOEIC เรียนแพทย์ต่างประเทศสอบอะไรดี

การเรียนแพทย์ต่างประเทศนั้นสิ่งสำคัญคือเรื่องของภาษา โดยเฉพาะนักเรียนที่เรียนในหลักสูตรนานาชาติ จะต้องมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี เพราะจะต้องใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันทุกวันตั้งแต่ตื่นนอน เข้าเรียนก็ต้องฟังบรรยาย สอบและกลับบ้านอ่านหนังสือ ดังนั้นการมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีไม่เพียงแต่ขะช่วยให้คะแนนถึงเกณฑ์พิจารณาเพื่อการสอบเข้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะช่วยทำให้การเรียนนั้นง่ายมากขึ้น เข้าใจเนื้อหาเร็วขึ้น และเมื่อมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามอาจารย์ได้โดยไม่มีอุปสรรคในเรื่องของภาษา

Lin’s Thailand จะมาแนะนำเกี่ยวกับการสอบกัน ในปัจจุบันมีรูปแบบการสอบภาษาอังกฤษที่เป็นที่รู้จักกันอยู่ 3 แบบ และเป็นที่ยอมรับในมหาวิทยาลัยทั่วโลกได้แก่ IELTS กับ TOEFL และมีบางมหาวิทยาลัยที่รับผลคะแนน TOEIC สำหรับพิจารณาการเข้าเรียนด้วย มาดูกันว่าความแตกต่างของการสอบแต่อย่างเป็นอย่างไร และเราจะสอบอะไรดี


ไปเรียนหมอต่างประเทศได้ไหม ถ้าไม่เก่งภาษาอังกฤษ


การสอบ TOEIC คืออะไร

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication หรือที่เรียกกันว่า โทอิก จัดสอบโดยสถาบัน Educational Testing Service (ETS) จากสหรัฐอเมริกา ดังนั้นผลการสอบจึงสามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลก โดยจะมีอายุ 2 ปีเท่านั้น ก็ต้องสอบใหม่

โทอิก เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษที่น่าจะเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด เหตุผลเพราะว่าสามารถทดสอบกันได้ทุกช่วงอายุและราคาไม่แพง สามารถลงสอบซ้ำได้เรื่อย ๆ คนที่กำลังจะสมัครงานหรือคนที่ทำงานแล้วสามารถสอบ TOEIC เพื่อนำมาใช้เพิ่มเงินเดือนได้ ในส่วนของนักเรียน หรีอนักศึกษาก็สามารถสอบเพื่อวัดระดับความรู้ด้านภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมได้เช่นเดียวกัน

การสอบโทอิกนั้นมีกลุ่มคนที่เข้าสอบหลากหลายกลุ่ม เป้าหมายของการสอบนั้นเป็นไปเพื่อทดสอบความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษในชีวิตประวันสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เช่น คนไทยเป็นต้น ดังนั้นการทดสอบ จะเน้นไปที่เรื่องของการสื่อสาร การฟังเพื่อทำความเข้าใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ของชีวิตประจำวันที่เราต้องเจอ เช่น การประชุม การคุยโทรศัพท์ การทักทาย หรือการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวกับงาน การท่องเที่ยว การเดินทาง

รูปแบบการสอบ TOEIC

การสอบ TOEIC จะมีอยู่ 2 แบบที่สำคัญได้แก่ 1. ทดสอบการฟังและการอ่าน (Listening and Reading test) และ 2. ทดสอบการพูดและการเขียน (Speaking and Writing) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่มีสอบเพียงบางประเทศเท่านั้น

ในส่วนที่นิยมที่สุดจะเป็นการสอบ ทดสอบการฟังและการอ่าน ซึ่งจะใช้เวลาในการสอบ 2 ชั่วโมง 30 นาที แบ่งเป็นการฟัง 100 ข้อ และการอ่าน 100 ข้อ

คะแนนสอบ TOEIC เมื่อแปลเป็นระดับผลภาษาอังกฤษ

สำหรับการสอบ TOEIC จะมีคะแนนเริ่มต้นตั้งแต่ 10 จนถึงคะแนนเต็มที่ 990 โดยคะแนนตั้งแต่ 600 ขึ้นไปจะจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้งานได้

905 – 990            ใช้งานได้ในระดับสากล

785 – 900           ใช้ในการทำงานได้ดี

605 – 780           ใช้ในการทำงานบางส่วนได้

405 – 600           รู้ภาษาอังกฤษในระดับปานกลาง

255 – 400           รู้ภาษาอังกฤษในระดับเบื้องต้น

185 – 250           ท่องจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้บางส่วน

10 – 180            ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย


การสอบ TOEFL คืออะไร

TOEFL ย่อมาจาก Test of English as a Foreign Language หรือที่เรียกกันว่า โทเฟิล จัดสอบโดยสถาบัน Educational Testing Service (ETS) จากสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกันกับ โทอิก

แต่เป้าหมายของการสอบ TOEFL ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นข้อสอบทดสอบภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนโดยเฉพาะ ผลการสอบสามารถเก็บไว้ได้ 2 ปีเช่นกัน

รูปแบบการสอบ TOEFL

รูปแบบการสอบ TOEFL นั้น หากแบ่งตามประเภทก็มีหลากหลายตั้งแต่ paper-based tests (PBT) computer-based tests (CBT) และในปัจจุบันนิยมสอบด้วยระบบ Internet-based Test (iBT) เพราะว่าสามารถสอบได้อย่างรวดเร็วและผลคะแนนสอบเป็นที่ยอมรับทั่วโลก

การสอบแบบ iBT จะใช้เวลา 4 ชั่วโมงทดสอบทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน ซึ่งจะเน้นคำศัพท์ที่ต้องเจอในมหาวิทยาลัย หรือคำศัพท์ทางวิชาการ เช่น เราอาจจะเจอคำว่า Accurate แทนคำว่า Correct เจอคำว่า Alternative แทนคำว่า choice และเจอคำว่า Recapitulate แทนคำว่า Summarize ในโทอิก ดังนั้นการสอบจึงยากกว่าโทอิก และจุดเด่นของข้อ TOEFL คือการฟังที่มักเป็นการพูดคุยในห้องเรียนระหว่างอาจารย์และนักศึกษาจริง ๆ ที่มีทั้งสำนวน ความเร็วและคำศัพท์ที่จะเจอในการเรียนจริง

คะแนนสอบ TOEFL เมื่อแปลเป็นระดับผลภาษาอังกฤษ

สำหรับ TOEFL iBT จะมีคะแนนตั้งแต่ 0 -120 คะแนน มาจากการทดสอบพาร์ทฟัง พูด อ่านและเขียน (พาร์ทละ 30 คะแนน) เกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยทั่วโลกรับเข้าพิจารณาจะอยู่ที่ 71 ถึง 110 คะแนนขึ้นไป

118-120           ใช้งานได้ในระดับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ

110-117           ใช้งานได้ในระดับดีมาก

94-109           ใช้งานได้ในระดับดี

60-93             ใช้งานได้ระดับทั่วไป

34-59             ใช้งานได้พอประมาณ

32-34             ใช้งานได้น้อย

0-31               ใช้งานไม่ได้เลย

สำหรับ TOEFL PBT  จะมีคะแนนตั้งแต่  0 – 677  คะแนน มาจากการทดสอบ โดยมีคะแนนผ่านอยู่ที่ 309 แต่การสอบแบบ PBT นั้นได้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2017 ดังนั้นตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไปจะไม่สามารถใช้ผลสอบ TOEFL PBT ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้อีก

ข้อควรระวัง TOEFL ITP

TOEFL ITP หรือ TOEFL for Institutional Testing Program (ITP) เป็นรูปแบบการทดสอบใหม่ที่จัดขึ้นใช้ใน “องค์กร” ที่จัดขึ้นเท่านั้น เช่น มหาวิทยาลัยหรือบริษํทแห่งหนึ่งอาจจัดทำขึ้นมาเพื่อวัดความรู้ด้านภาษาอังกฤษเฉพาะขององค์กรตนเอง มีการสอบวัดการอ่าน การฟัง ไวยกรณ์ และการเขียนซึ่งการเรียนอาจมีหรือไม่มีก็ได้ การทดสอบจะเป็นแบบกระดาษและผลคะแนนจะเหมือนกับ TOEFL PBT คือ 310 – 677 คะแนน แต่ผลคะแนนจะใช้ได้กับองค์กรที่จัดสอบเท่านั้น เช่น TOEFL ITP MUIC ของมหาวิทยาลัยนานาชาติมหิดล ก็สามารถใช้ยื่นเข้า MUIC ได้เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ผลสอบ TOEFL ITP ไปยื่นเข้าเรียนต่อที่อื่นได้อีก เพราะไม่ใช่ข้อสอบกลาง

ใครที่มีผลสอบ TOEFL ITP อยู่ในมือแนะนำให้สมัครสอบ TOEFL iBT เพื่อให้สามารถใช้ยื่นกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ได้


การสอบ IELTS คืออะไร

IELTS ย่อมาจาก The International English Language Testing System หรือที่เรียกกันว่า ไอเอล จัดสอบโดยสถาบัน British Council และ Cambridge Assessment English ของประเทศอังกฤษ ดังนั้นผลการสอบจึงสามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ยุโรปและมหาวิทยาลัยอีกมากมายในสหรัฐอเมริกา

IELTS นั้นได้รับความนิยมในการสอบภาษาอังกฤษมากที่สุดในโลก เพราะผลสอบ IELTS สามารถนำไปใช้งานต่อได้หลากหลาย ตั้งแต่สมัครเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาทั่วโลก สมัครเข้าทำงาน สมัครทำวีซ่าประเทศอังกฤษ และยังสามารถใช้ยื่นขอซ่าอพยพไปบางประเทศได้ด้วย

รูปแบบการสอบ IELTS

การสอบ IELTS หลัก ๆ มีสองรูปแบบได้แก่ IELTS Academic สำหรับยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัย และหมอที่ต้องการทำงานในประเทศอังกฤษ กับ IELTS General Training สำหรับผู้ที่จะใช้สำหรับการทำงานเป็นหลัก ดังนั้นแม้ว่าโครงสร้างการสอบจะเหมือนกัน แต่เนื้อหาและสถานการณ์่ตาง ๆ ในข้อสอบนั้นจะแตกต่างกันเป็นอย่างมาก

ทั้ง IELTS Academic และ General Training จะทดสอบทั้งการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน โดยจุดเด่นของการสอบพูดคือการสอบกับผู้สัมภาษณ์ที่เป็นคนแบบ 1 ต่อ 1 และการฟังที่มีสำเนียงทั้งแบบอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอเมริการวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่

ทำอย่างไรให้สอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษได้ดี

คะแนนสอบ IELTS เมื่อแปลเป็นระดับผลภาษาอังกฤษ

การสอบ IELTS นั้น ไม่มีผลแบบ “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” แต่จะผู้สอบจะได้รับผลคะแนนตั้งแต่ 1 – 9 (เรียกว่า แบน 1-9 (band 1-9)) โดยสถานบันต่าง ๆ จะเป็นผู้กำหนดเองว่าจะใช้คะแนนเท่าไหร่ในการสมัครเข้าสถานบัน องค์กรนั้น ๆ

Band 9           ใช้งานได้ในระดับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ

Band 8           ใช้งานได้ในระดับดีมาก

Band 7           ใช้งานได้ในระดับดี

Band 6           ใช้งานได้ระดับทั่วไป

Band 5           ใช้งานได้พอประมาณ

Band 4           ใช้งานได้น้อย

Band 3           ใช้งานได้น้อยมาก

Band 2           รู้คำศัพท์บางคำแต่ยังไม่เป็นประโยค

Band 1           ใช้งานไม่ได้เลย

Band 0           ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าสอบ


TOEIC TOEFL IELTS  กับการเรียนแพทย์ต่างประเทศเลือกสอบอะไรดี

TOEIC ถือว่าเป็นข้อสอบที่ง่ายที่สุดในบรรดาการทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ เพราะเน้นไปที่ด้านการฟังและการอ่าน แต่ก็มีบางมหาวิทยาลัยที่รับผลสอบโทอิกไว้พิจารณาเช่นกัน เช่น มหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งเมืองลูบลิน รับเริ่มต้นที่คะแนน 700 แต่ถ้าหากอยากใช้คะแนนโทอิกเพื่อการศึกษาก็ควรได้คะแนนตั้งแต่ 800 คะแนนขึ้นไป เพื่อให้การเรียนไม่ลำบากจนเกินไป

การสอบ TOEFL เพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัยนั้นมีระดับที่เท่าเทียมกับการสอบ IELTS ถือเป็นการ 2 ข้อสอบที่สำคัญมากต่อการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย โดยควรสอบได้ TOEFL ได้ตั้งแต่ 79 ขึ้นไป และ IELTS ที่ 6.5 ขึ้นไป แต่เช่นเดียวกันกับ TOEIC คือผู้สอบควรสอบให้ได้คะแนนสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น TOEFL  ควรได้ 100 ขึ้นไป และ IELTS 7.5 ขึ้นไปเป็นต้น


แนะนำแหล่งเรียนภาษาอังกฤษได้ฟรี ๆ ไม่ต้องเสียเงิน


การเรียนแพทย์ต่างประเทศควรเลือกสอบตามกเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดเอาไว้ ซึ่งการสอบ TOEFL ได้ตั้งแต่ 79 ขึ้นไป และ IELTS ที่ 6.5 ขึ้นไป จะทำให้มีโอกาสในการเลือกมหาวิทยาลัยมากขึ้น แค่หากมหาวิทยาลัยกำหนดให้สอบ TOEIC ได้ ก็สามารถสอบ TOEIC  เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้


ตารางเปรียบเทียบคะแนน

อ่านเพิ่มเติม  เรียนแพทย์โปแลนด์ เกณฑ์อย่างไร ค่าเทอมเท่าไหร่ สรุปครบจบในโพสต์เดียว

IELTS TOEFL iBT

TOEFL PBT 

9.0 118-120 667 – 677 ใช้งานได้ในระดับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ
8.5 115-117 657 – 663 ใช้งานได้ในระดับดีมาก
8.0 110-114 637 – 653
7.5 102-109 610 – 633 ใช้งานได้ในระดับดี
7.0 94-101 587 – 607
6.5 79-93 550 – 583 ใช้งานได้ระดับทั่วไป
6.0 60-78 500 – 547
5.5 46-59 453 – 497 ใช้งานได้พอประมาณ
5.0 35-45 417 – 450
4.5 32-34 400 – 413 ใช้งานได้น้อย
0.0 – 4.0 0-31 0 – 397 ใช้งานไม่ได้เลย

 

ตารางจาก https://www.ets.org/toefl/score-users/scores-admissions/compare

ดูข้อมูลเกี่ยวกับสอบ

https://www.ets.org/toeic

https://www.ets.org/toefl

https://www.ielts.org/


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรอกรายละเอียดทิ้งไว้ได้เลย

หมอ-เรียนแพทย์ต่างประเทศ-มหาวิทยาลัยลูบลิน-เปิดรับสมัคร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

??Inbox Facebook กดเลย

☎️☎️โทร : 02-645-4084, 02-645-4085

✅✅Line : @linsmedical หรือ https://line.me/R/ti/p/%40linsmedical

จะรออะไรอีก Lin’ s #เปลี่ยนเรื่องแพทย์ให้เป็นเรื่องง่าย

Leave a Comment