• 11
  • เม.ย.
  • 0
Author

5 เหตุผลที่ว่าไมภาษาจีนไม่ยากอย่างที่คิด ไปเรียนแพทย์หลักสูตรจีนกัน

แค่เห็นตัวอักษรจีนหลายคนก็มักจะคิดว่าภาษาจีนเป็นภาษาที่ยาก เพราะเป็นตัวอักษรภาพ ไม่ได้เป็นการประกอบกันระหว่างพยัญชนะและสระเหมือนกับภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษอย่างที่คุ้นเคยกัน ดังนั้นแค่อ่านก็คงจะยากแล้ว

แต่ Lin’s Thailand อยากจะบอกว่าไม่มีภาษาไหนที่ยากเกินกว่าจะเรียนหรอก โดยเฉพาะถ้าเป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาแม่ของเรา ก็จะยิ่งทำให้การเรียนภาษาง่ายยิ่งขึ้น เช่น รู้ภาษาสเปน ก็เรียนอิตาเลี่ยนง่าย ขึ้นและแน่นอน รู้ภาษาไทยก็จะเรียนภาษาจีนง่ายขึ้น

มาดูกันดีกว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ภาษาจีนเป็นภาษาที่ง่ายสำหรับคนไทย และยิ่งสำหรับใครที่คิดจะไปเรียนต่อแพทย์ที่จีน หลักสูตรแพทยศาสตร์ ภาคภาษาจีนที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอันดับท็อปของเอเชียด้วยแล้ว อย่าลังเลที่จะมาเริ่มเรียนภาษาจีนกัน

ภาษาจีน-เรียนง่าย-เรียนหมอ-เรียนแพทย์-เรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีน


1. ตัวเขียนเป็นรูปก็จริงแต่มีเสียงอ่านแบบเป็นตัวสะกดกำกับ (Pinyin)

เวลาที่เราเห็นตัวอักษรจีนติดกันเป็นพรืด อาจจะทำให้รู้สึกตกใจและคิดไปว่าภาษาจีนต้องยากแน่ ๆ ซึ่งก็มีความจริงอยู่บางส่วน เพราะว่าหากเราไม่รู้ว่าตัวอักษรจีนตัวนั้นอ่านหรือออกเสียงว่าอย่างไร เราก็จะไม่สามารถอ่านออกได้เลย เช่น 中文不难 ถ้าใครที่ไม่เคยเรียนก็ไม่สามารถอ่านออกอย่างแน่นอน ต่างกับภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยที่ ถ้าเราเจอคำยาก ๆ เราก็ยังพออ่านคำนั้นออกบ้าง เช่น ยรรยง (อ่านว่า ยัน-ยง) ที่แปลว่า กล้าหาญ เราก็ยังพออ่านได้ใกล้เคียงอาจจะเป็นยัน-ระ-ยง หรือ (ยอน-ระ-ยง) ก็ตาม หรือ วิ่งเปี้ยว แม้จะไม่รู้ว่า “เปี้ยว” แปลว่าอะไรแต่เมื่อคำนี้ก็น่าจะอ่านออกกันอย่างแน่นอน

 

ภาษาจีน-เรียนง่าย-เรียนหมอ-เรียนแพทย์-เรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีน

ด้วยปัญหานี้เองในภาษาจีนเองจึงต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “พินอิน Pinyin 拼音” เข้ามาช่วยให้เราอ่านออกเสียงภาษาจีนได้อย่างถูกต้อง ปัจจุบันจีนเปลี่ยนมาใช้พินอินที่ใช้ตัวอักษรโรมัน (แบบที่ภาษาอังกฤษใช้) ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจ และจดจำได้ง่าย ซึ่งการรู้ Pinyin จะช่วยให้อ่านออกเสียงภาษาจีนได้ถูกต้องกว่าการจดคำอ่านภาษาไทยเอาไว้ ถ้าเทียบกับภาษาไทยแล้ว พินอินก็เปรียนเสมือนสระและพยัญชนะของภาษาจีนนั่นเอง คำอ่านของประโยคที่เราเจอเมื่อกี้ก็คือ

中文不难

Zhōngwén bù nán

(จงเวิ๋นปู้นั๋น)

ภาษาจีนไม่ยากเลย


2. มีเสียงวรรณยุกต์ 4 เสียงเหมือนภาษาไทย

เนื่องจากภาษาจีนมีเสียงพยัญชนะและสระที่ค่อนข้างจำกัด ได้แก่

  1. พยัญชนะ (声母) มี 23 เสียง
  2. สระ (韵母) แบ่งออกเป็นสระเดี่ยว และ สระผสม ทั้งหมด 36 เสียง- สระเดี่ยวมี  6 เสียง- สระผสมมี  30 เสียง

ดังนั้นเสียงของภาษาจีนจึงอาจจะซ้ำไปซ้ำมาได้ ภาษาจีนจึงมีสียงวรรณยุกต์อีก 4 เสียง รวมไปถึงเสียงเบา (คำที่ออกเสียงเร็ว ๆ เบา ๆ ) รวมกันก็อาจจะบอกว่าเป้น 5 เสียงก็ได้ แต่นี่ก็ทำให้ภาษาจีนออกเสียงใกล้เคียงกับภาษาไทยมาก ๆ ซึ่งการออกเสียงที่แตกต่างกันจะทำให้ความหมายของคำ ๆ เปลี่ยนได้ด้วย คล้ายกันกับหลักการในภาษาไทย เช่น

ภาษาไทย เมื่อเสียงเปลี่ยนความหมายเปลี่ยน

ภาษาจีน-เรียนง่าย-เรียนหมอ-เรียนแพทย์-เรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีน

มา แปลว่า เคลื่อนออกจากที่เข้าหาตัวผู้พูด เช่น มานี่ มาหาฉันหน่อย เขาบอกว่าจะมาแล้วไม่มา

ม่า – ไม่ได้มีคำแปลโดยตรงแต่ออกเสียงคล้ายกับมาม่าซังหรือผู้หญิงที่ควบคุมดูแลงานในร้านเหล้าหรือบาร์

ม้า แปลว่า ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีกีบเดี่ยว รูปร่างสูงใหญ่ ขายาว หางเป็นพู่ มีขนแผงคอยาววิ่งได้เร็ว

ม๊า แปลว่า เป็นคำทับศัพท์เรียกแม่ของไทยเชื้อสายจีน เพื่อแยกคำระหว่าง ม้าที่เป็นสัตว์ และม๊าที่เป็นแม่คน

ม๋า – ไม่ได้มีคำแปลโดยตรงแต่ออกเสียงคล้ายกับ หมา ซึ่งเป็นสัตว์

หรืออาจจะเป็นประโยคที่เราคุ้นเคยกันดี ใครขายไข่ไก่ (krai-kǎai-kài-gài) ประโยคยอดฮิตที่ไว้สอนความแตกต่างของเสียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ สำหรับหลาย ๆ คน แล้วก็ยากที่จะออกเสียง

ภาษาจีน เมื่อเสียงเปลี่ยนความหมายเปลี่ยน

ภาษาจีน-เรียนง่าย-เรียนหมอ-เรียนแพทย์-เรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีน

妈 (Mā ,มา)  มาจากคำว่า 妈妈 (Māmā ,มามา) แปลว่าแม่

麻 (Má ,ม๋า) เป็นพืชหรือสมุนไพรมักมีความถึงกัญชา

马 (Mǎ ,หม่า) แปลว่าม้า

骂 (Mà , ม่า) แปลว่าดูถูกหรือด่าทอ

เมื่อมาถึงตรงนี้คงเข้าใจแล้วทำไมภาษาจีนถึงต้องมีตัวอักษรเพราะเสียงที่น้อยทำให้มีเสียงที่ซ้ำกันได้หลายคำ ตัวอักษรที่แตกต่างกันจึงเป็นตัวจำแนกว่าคำไหนเป็นคำไหนนั่นเอง และจะเห็นได้ว่าภาษาจีนก็ความหมายเปลี่ยนเช่นเดียวกันเมื่อเสียงที่พูดเปลี่ยนไป


3. ตัวอักษรจีน บอกทั้งความหมายและเสียงในเวลาเดียวกัน

การเรียนภาษาจีนจะเรียแค่ Pinyin อย่างเดียวได้ ก็อย่างที่ทุกคนรู้แล้วว่าเราต้องอ่านและเขียนให้ได้ด้วย แต่ถ้าเรียนภาษาจีนไปแล้วสักพัก ได้ลองเขียนไปแล้วหลาย ๆ ตัว จะพอแยกออกแล้วว่าตัวอักษรจีนมีเพียง 3 รูปแบบเท่านั้น ได้แก่

3.1 แบบอักษรรูปภาพ (Pictograms) ซึ่งเก่าแก่ที่สุด แต่มักจะเป็นคำง่าย ๆ เช่น

日 (Rì, ยื่อ) พระอาทิตย์

山 (Shān ,ซาน) ภูเขา

ภาษาจีน-เรียนง่าย-เรียนหมอ-เรียนแพทย์-เรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีน

3.2 อักษรแบบจินตนาการ (Ideograms)

ถ้าเป็นพระอาทิตย์กับภูเขาอาจจวาดง่ายหน่อย แต่ถ้าเป็นคำอย่างข้างบน ข้างล่าง หนึ่ง สอง สาม ก็ไม่รู้จะวาดรูปกันอย่างไร เพราะฉะนั้นอักษรพวกนี้เรียกว่าอักษรจากจิตนาการ แต่ก็มักจะดูแล้วเดาได้ไม่ยาก เช่น

一 (Yī, อี) หนึ่ง, 二 (Èr, เอ้อร์) สอง, 三 (Sān, ซาน) สาม, 上 (Shàng, ซ่าง) บน, 下 (Xià, เซี่ย) ล่าง เป็นต้น

3.3 ตัวอักษรรวมล่าง (Radical-phonetic compounds)

ตัวอักษรชนิดนี้เป็นแบบที่พบกันบ่อยมากที่สุด เรียกได้ว่า 90% ของตัวอักษรจีนเลย ดังนั้นเราจึงรู้สึกว่าภาษาจีนไม่ได้ “เส้น (stroke หรือ Radical)” น้อยเลย แต่กลับต้องเขียนอะไรยุ่งยาก ซึ่งเปล่าเลย การรวมล่างตัวอักษรจีนนั้นเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล

วิธีแรก คนจีนจะใช้วิธีเอาตัวอักษรที่มีความหมายเหมือนกันมาประกอบกัน

ตัวอย่างที่ 1

木 (Mù ,มู่) ต้นไม้, 林 (Lín, ลิ๋น) ต้นไม้ 2 ต้นรวมกันเป็น ป่า, 森 (Sēn, เซิน) ต้นไม้ 3 ต้นรวมกันเป็น ป่าไม้ทึบ

ตัวอย่างที่ 2

鸟 (Niǎo, เหนี่ยว) แปลว่านก สัตวที่มีลักษณะคล้ายนกก็จะมีตัวอักษร 鸟 ประกับอยู่ข้างหลังด้วย เช่น 鸡 (Jī, จี) ไก่, 鸭 (Yā, ยา) เป็ด, 鹅 (É, เอ๋อ) ห่าน เป็นต้น

วิธีที่สอง คนจีนจะใช้วิธีเอาตัวอักษรที่มีเสียงคล้ายกันมาประกอบกัน ตัวอย่างเช่น 巴 (Bā) ออกเสียงว่า ปา คำที่ 巴 ไปปรากฎก็มักจะออกเสียงใกล้เคียงกัน 爸爸 (Bàba, ป้าปา) คุณพ่อ, 吧 (Bā, ปา) บาร์,  把 (Bǎ, ป่า) จับ จะเห็นได้ว่าออกเสียงได้ง่ายมาก ๆ

 

ภาษาจีน-เรียนง่าย-เรียนหมอ-เรียนแพทย์-เรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีน


4. ไวยกรณ์เกือบเหมือนกับภาษาไทยเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ในขณะที่ภาษาฝั่งยุโรป ไวยกรณ์มักเต็มไปด้วย กาล (Tenses) คำนำหน้านาม (Articles) เพศ (Gender) หรือการเปลี่ยนคำคุณศัพท์ไปตามจำนวนและเพศ แต่ไวยกรณ์ของจีนนั้นเหมือนกันภาษาไทยแทบจะ 100% เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือไม่มีเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมายคำนาม คำกริยามีเพียงรูปเดียวไม่ต้องผันอะไรให้มันมากมาย เพียงแค่นำคำต่าง ๆ มาประกอบกันก็เป็นประโยคแล้ว

ภาษาจีน-เรียนง่าย-เรียนหมอ-เรียนแพทย์-เรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีน

ดังนั้นคนไทยเรียนได้สบายอยู่แล้ว ขอยกตัวอย่างอีกที 中文不难 (Zhōngwén bù nán, จงเวิ๋นปู้นั๋น) ภาษาจีนไม่ยากเลย มาจากคำว่า 中文 ภาษาจีน 不 ไม่ 难 ยาก การเรียงประโยคจึงเหมือนกับภาษาไทยก็ว่าได้ ไม่ต้องผันเป็น

Chinese is not hard

Chinese was not hard

Chinese has not been hard

(จริง ๆ 3 ประโยคก็ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันเสียทีเดียว แต่เอาเป็นว่าภาษาจีนไม่ต้องผัน Tense มากขนาดนี้แน่นอน)


5. คำศัพท์สั้นมักจะสั้น ๆ จดจำง่าย

ภาษาจีน-เรียนง่าย-เรียนหมอ-เรียนแพทย์-เรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีน

คำศัพท์ในภาษาจีนมักจะสร้างจากคำง่าย ๆ แล้วเอามารวมกัน จึงมักมีเพียงสองถึงสามคำเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากเรารู้คำศัพท์พื้นฐาน เราก็จำคำใหม่ ๆ ได้ไม่ยาก ยิ่งเรียนมากเท่าไหร่ เราจะรู้เลยว่าคำศัพท์จีนมีแต่คำเดิม ๆ  เช่น 电 (diàn, เตี้ยน) แปลว่า ไฟฟ้า

电脑 diàn-năo = ไฟฟ้า + สมอง = คอมพิวเตอร์ (Compute = คำนวณ + tor เครื่อง = เครื่องคำนวณ)

电话 diàn-huà = ไฟฟ้า + การพูด = โทรศัพท์

电视 diàn-shì = ไฟฟ้า + ดู = โทรทัศน์


รู้แบบนี้ รีบเรียนภาษาจีนแล้วไปเรียนแพทย์หลักสูตรภาษาจีนกัน

Lin’s Thailand ขอแนะนำ 2 มหาวิทยาลัยการแพทย์ละ Top Asia ของประเทศจีนได้แก่ มหาวิยาลัยปักกิ่งและมหาวิทยาลัยการแพทย์เจียวทง เซี่ยงไฮ้

หลักสูตรการแพทย์ภาษาจีน ที่ Peking University มหาวิทยาลัย Top 10 ของเอเชีย

เรียนแพทย์ต่างประเทศ-เรียนแพทย์ที่จีน-มีคุณภาพ-ราคาถูก

หากพูดถึงมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์ที่มีชื่อเสียงในเอเชียคงหนีไม่พ้นมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชียอีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศจีน เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ด้วยระบบการศึกษาที่มีคุณภาพพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงมีนักเรียนไทยให้ความสนใจไปเรียนอย่างมาก

ซึ่งการเรียนที่นี่ใช้ภาษาจีนเพราะนักเรียนจะได้เข้าคลาสเรียนร่วมกับเพื่อนนักเรียนจีนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และหากสนใจแต่ยังไม่มีพื้นฐานภาษาจีนก็ไม่ต้องกังวล สามารถเรียนเพื่อสอบ HSK ได้อย่างแน่นอน

ตอนนี้มหาวิทยาลัยปักกิ่งได้เปิดรับสมัคร เพื่อเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ หลักสูตร 6 ปี (หลักสูตรภาษาจีน(6MBBS)) ประจำปี 2019

—————————–

??เหตุผลที่ควรมาเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

  1. มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก และอยู่ในอันดับ Top 10 ของเอเชีย
  2. เปิดหลักสูตรการแพทย์มากกว่า 102 ปี พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย
  3. สอนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงและมีชื่อเสียงในประเทศ
  4. เรียนเป็นภาษาจีน เมื่อเรียนจบสามารถใช้ภาษาที่ 3 ได้อย่างคล่องแคล่ว
  5. ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพไม่สูง

มหาวิทยาลัยการแพทย์เจียวทง เซี่ยงไฮ้

เรียนแพทย์ต่างประเทศ-เรียนแพทย์ที่จีน-มีคุณภาพ-ราคาถูก

มหาวิทยาลัยการแพทย์เจียวทง เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Jiao Tong University School of Medicine) หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีความสวยงามและยังเป็นมหาวิทยาด้านการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ติด 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย และติด 1 ใน 5 ของมหาวิทยาด้านการแพทย์ที่ดีที่สุดในจีน เปิดสอนหลักสูตรแพทย์ 5 ปี (5MBBS) โดยผู้ที่สนใจจะต้องเป็นผู้มีผลสอบ HSK 4 ขึ้นไป

ทำไมควรมาเรียนแพทย์ที่เจียวทง⁉️

?ได้รับการรับรองจากแพทย์สภาไทย สามารถกลับมาสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์ที่ไทยได้

? มีการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรภาษาจีนมาอย่างยาวได้

? มีอุปกรณ์ครบครันทันสมัย ทั้งในมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล

? ค่าเล่าเรียนไม่แพง แม้จะเรียนที่เซี่ยงไฮ้

? มีออฟฟิศลินส์เซี่ยงไฮ้คอยดูแลตลอดช่วงระยะเวลาที่เรียน


ชมภาพมหาวิทยาลัย : https://bit.ly/2THleYa

ทำไมควรเรียนแพทย์เป็นภาษาจีน : https://bit.ly/2FkzgpS

ชมวิดีโอ : https://bit.ly/2HRaHCF


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรอกรายละเอียดทิ้งไว้ได้เลย

หมอ-เรียนแพทย์ต่างประเทศ-มหาวิทยาลัยลูบลิน-เปิดรับสมัคร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

??Inbox Facebook กดเลย

☎️☎️โทร : 02-645-4084, 02-645-4085

✅✅Line : @linsmedical หรือ https://line.me/R/ti/p/%40linsmedical

จะรออะไรอีก Lin’ s #เปลี่ยนเรื่องแพทย์ให้เป็นเรื่องง่าย

Leave a Comment