Call Us 02-645-4084-5

LINE: @linsmedical

License Thai-th

License Thai

เมื่อนักศึกษาไปเรียนที่โปแลนด์

6MD 1st 2nd 3rd 4th 5th 6th After graduate
Work in Thailand Thai Step1 Thai Step2 Poland license,Step3 Work in Thailand
4MD     1st 2nd 3rd 4th    

 

  • Thai ML step 1+ Thai ML step 2 –(NO POLAND LICENSE)–+ 1 Year intership in hopital can take Thai ML step 3
  • Thai ML step1 +Thai ML step 2+ Poland license can take Thai ML step 3

 

สำหรับหลักสูตร 6MD  สามารถสอบ License Thai ได้ดังนี้

  • นักศึกษาจะสอบ Step1 เมื่ออยู่ชั้นปีที่ 4 ซึ่งแนวข้อสอบจะเป็น pre clinic หรือ ความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ 300 ข้อ เป็นภาษาอังกฤษ
  • เมื่อนักศึกษาสอบผ่าน Step1 จะสอบ Step 2 เมื่อนักศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 6 ซึ่งแนวข้อสอบจะเป็นความรู้ชั้น Clinic และ เป็นข้อสอบเขียน เป็นภาษาอังกฤษ
  • เมื่อนักศึกษาสอบผ่าน ทั้งสอง Step และ จบการศึกษา นักศึกษากลับมาฝึกงานที่ไทย 1 ปี ถึงจะสามารถสอบ Step 3 ได้ ซึ่งเป็นการสอบขั้นตอนสุดท้าย แบบ Oral หรือ ปากเปล่า หรือ หากนักศึกษาสอบ ใบประกอบวิชาชีพของโปแลนด์ได้ (Poland License) และ มีผลภาษาโปแลนด์ (Polish Certificate) นักศึกษาไม่ต้องกลับมาฝึกงาน 1 ปี สามารถสอบ Step3 ได้เลย

สำหรับหลักสูตร 4MD  สามารถสอบ License Thai ได้ดังนี้

  • นักศึกษาจะสอบ Step1 เมื่ออยู่ชั้นปีที่ 2 ซึ่งแนวข้อสอบจะเป็น pre clinic หรือ ความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ 300 ข้อ เป็นภาษาอังกฤษ
  • เมื่อนักศึกษาสอบผ่าน Step1 จะสอบ Step 2 เมื่อนักศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 ซึ่งแนวข้อสอบจะเป็นความรู้ชั้น Clinic และ เป็นข้อสอบเขียน เป็นภาษาอังกฤษ
  • เมื่อนักศึกษาสอบผ่าน ทั้งสอง Step และ จบการศึกษา นักศึกษากลับมาฝึกงานที่ไทย 1 ปี ถึงจะสามารถสอบ Step 3 ได้ ซึ่งเป็นการสอบขั้นตอนสุดท้าย แบบ Oral หรือ ปากเปล่า หรือ หากนักศึกษาสอบ ใบประกอบวิชาชีพของโปแลนด์ได้ (Poland License) และ มีผลภาษาโปแลนด์ (Polish Certificate) นักศึกษาไม่ต้องกลับมาฝึกงาน 1 ปี สามารถสอบ Step3 ได้เลย

*****  ผล Step 1 และ Step2  สามารถเก็บผลได้ 7 ปี หากเกินกำหนดนักศึกษาต้องสอบใหม่

 

ขั้นตอนและจุดประสงค์ของการสอบ

       เป็นการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งการสอบประกอบด้วย 3 ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนมีจุดประสงค์ดังนี้

  1. ขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน จำนวน 300 ข้อ
  2. ขั้นตอนที่สอง เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก จำนวน 300 ข้อ
  3. ขั้นตอนที่สาม เป็นการสอบเพื่อประเมินทักษะและหัตถการทางคลินิก ประกอบด้วยOSCE MEQ Longcase

การสมัครสอบ

       ผู้มีความประสงค์จะขอรับการประเมินต้องดำเนินการต่อไปนี้

  1. ยื่นใบสมัครต่อศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ศูนย์ฯ จะประกาศในแต่ละปี
  2. ชำระค่าสมัครสอบตามอัตราที่กำหนดในประกาศของศูนย์ฯ ซึ่งศูนย์ฯ จะไม่คืนเงินค่าสมัครให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัคร

       ผู้มีสิทธิ์ขอรับการประเมินจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุไว้สำหรับการเป็นสมาชิกแพทยสภาและคุณสมบัติอื่นดังนี้

  1. ประเภทที่หนึ่ง เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยหรือในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง
  2. ประเภทที่สอง เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่แพทยสภารับรอง
  3. ประเภทที่สาม เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง

 

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับการสอบแต่ละขั้นตอน

  1. การสอบขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งหรือสองหรือสาม สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทหนึ่งต้องมีใบรับรองจากสถานศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ระดับปรีคลินิก) หรือเทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา นับถึงวันที่กำหนดสอบฯ โดยได้ศึกษาครบทุกรายวิชาตามหลักสูตรระดับปรีคลินิกของสถาบันที่แพทยสภารับรอง
  2. การสอบขั้นตอนที่สอง เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งหรือสองหรือสาม สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทหนึ่งต้องมีใบรับรองจากสถานการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ระดับคลินิก) มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา นับถึงวันที่กำหนดสอบฯ โดยได้ศึกษาครบทุกรายวิชาตามหลักสูตรระดับคลินิกของสถาบันที่แพทยสภารับรอง
  3. การสอบขั้นตอนที่สาม เป็นผู้ที่สอบผ่านขั้นตอนที่หนึ่งและขั้นตอนที่สองแล้ว โดยแต่ละขั้นตอนสอบผ่านมาแล้วเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดปี นับจากวันที่แพทยสภาอนุมัติผลการสอบจนถึงวันที่ยื่นใบสมัครสอบ ถ้าขั้นตอนใดสอบผ่านเกินเจ็ดปีจะต้องสอบขั้นตอนนั้นใหม่ให้ผ่านก่อน

       สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยต้องมีใบรับรองจากสถานการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (ระดับคลินิก) มาแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าภาคการศึกษาระบบทวิภาคหรือเทียบเท่าด้วย นับถึงวันกำหนดสอบ โดยได้ศึกษาครบทุกรายวิชาตามหลักสูตรระดับคลินิกของสถาบันที่แพทยสภารับรอง

       สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่สามจะต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในต่างประเทศซึ่งแพทยสภารับรองใบอนุญาตนั้น หากเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่จำเป็นต้องมีในอนุญาตดังกล่าว แต่ต้องมีเอกสารรับรองการปฏิบัติงานหลังปริญญาในฐานะแพทย์ฝึกหัด หรือเทียบเท่าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในสถาบันการแพทย์ต่างประเทศหรือในประเทศไทยที่แพทยสภารับรองโดยการปฏิบัติงานจะต้องเสร็จสิ้นก่อนสมัครสอบ

 

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร

  1. รูปถ่าย เป็นภาพเดี่ยว มีพื้นหลังสีขาว หน้าตรงเต็มหน้า สวมชุดสุภาพ ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นสายตาและแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน และจะต้องไม่ถูกปรับแต่งทางดิจิทัล เป็นไฟล์ นามสกุล .jpg โดยมีขนาด ความกว้าง 120 พิกเซล ความสูง140 พิกเซล ขนาดของไฟล์ไม่เกิน 200 KB
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ให้นำบัตรประจำตัวประชาชน ไปถ่ายเอกสาร โดยถ่ายด้านหน้าด้านเดียว ที่มีรูปของผู้สมัคร จากนั้นให้ผู้สมัครลงลายมือชื่อและนามสกุลรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องด้วยลายมือตนเองเท่านั้น แล้วสแกนเป็นไฟล์นามสกุล .jpg ขนาดภาพเท่ากับ A4 ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB
  3. สำเนาเอกสารคุณวุฒิการศึกษาและเอกสารอื่นๆ ตามเงื่อนไขการสมัครของแต่ละขั้นตอน

ให้ทำเหมือนกับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน คือ ให้นำเอกสารคุณวุฒิการศึกษาและเอกสารอื่นๆ ไปถ่ายเอกสารก่อน จากนั้นให้ผู้สมัครลงลายมือชื่อและนามสกุลรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องด้วยลายมือตนเองเท่านั้น แล้วสแกนเป็นไฟล์นามสกุล *.jpg ขนาดภาพเท่ากับ A4 ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่

ศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถ

ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

เลขที่ 2 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ชั้น 11

ซอยศูนย์วิจัย (เพชรบุรี 47) ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง

กรุงเทพมหานคร 10310

โทรศัพท์ : 0-2716-5685

Call Now Button